โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางการสื่อสารที่ด้านแบรนด์ที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ที่ไม่เพียงแค่ช่วยให้คุณสามารถทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์กับบรรดานักข่าวและผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างแบรนด์และลูกค้าอีกด้วย

โซเชียลมีเดีย หรือ Shared Media ได้ถูกระบุไว้ใน PESO Model ซึ่งเป็นแผนภูมิที่แสดงถึงสื่อ 4 ประเภท ได้แก่ …

Paid Media: สื่อที่ต้องใช้เงินซื้อพื้นที่โฆษณา

Earned Media: สื่อที่ได้เผยแพร่ข่าวของแบรนด์ต่างๆ

Shared  Media:  สื่อที่แบรนด์มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าจนเกิดการเผยแพร่ข่าวต่อกันไปเรื่อยๆ และ…

Owned  Media: สื่อที่แบรนด์สร้างขึ้นมา และสามารถควบคุมการติตต่อสื่อสารกับลูกค้าได้

แม้ว่า โซเซียลมีเดียจะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่หลาย ๆ แบรนด์กลับใช้โซเชียลมีเดียเพียงเพื่อป่าวประกาศความเจ๋งของตัวเอง หรือไม่ก็สร้างแต่คอนเทนต์ที่เอื้อประโยชน์ต่อแบรนด์เพียงเท่านั้น มิหนำซ้ำยังใช้ระบบอัตโนมัติในการแชร์คอนเทนต์และโต้ตอบกับลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น คือ การส่งข้อความอัตโนมัติโดยตรงไปยังลูกค้าเพื่อชวนให้ซื้อสินค้า ช่วยกดแชร์โพสต์ของแบรนด์ หรือแม้กระทั่งให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับไอเดียล่าสุดของแบรนด์

หลายครั้งที่โซเชียลมีเดียแทบจะไม่เหลือความเป็น “โซเชียล” บนโลกโซเชียลมีเดียเลย และนั่นถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง!

ทั้งลูกค้าเก่าและว่าที่ลูกค้าในอนาคตจะเห็นโพสต์ทุกโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่คุณแชร์ออกไป แน่นอนว่าคุณต้องการให้ทุกปฏิสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางบวก ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องแน่ใจว่าคุณมีองค์ประกอบด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เหมาะสมกับแผนการทางโซเชียลมีเดียที่วางไว้

5 วิธีง่ายๆ ในการสร้างสังคมบนโซเชียลมีเดีย

ไม่ว่าคุณจะมีแฟนคลับในโซเชียลมีเดียมากน้อยเพียงใด คุณก็สามารถ–และควร–วางแผนสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกับพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ เนื้อหาควรเชื้อเชิญให้ลูกค้าอยากพูดคุยและมีส่วนร่วม มิใช่เพียงแค่อ่าน ๆ แล้วก็ผ่านไป

และนี่คือไอเดียที่ใช้แล้วได้ผล:

  • ตารางต้องแน่น:

    จดไว้ในแผนโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการเลยว่าจงให้ความสำคัญกับบรรดา follower อาทิตย์ละหลายๆครั้ง อย่ามัวแต่จับผู้จัดการที่ต้องดูแลโซเชียลมีเดียไปนั่งแหมะอยู่ในห้องประชุมทั้งวันทั้งคืน เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ที่เขาควรจะต้องทำ

  • ไลฟ์สตรีม วิดีโอ:

    การเขียนบล็อกเป็นช่องทางที่ดีในการแบ่งปันข้อมูลก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องของการสื่อสารแบบสองทางเพื่อสานสัมพันธ์แล้ว การถ่ายทอดสดออนไลน์คือทางออก ลองปรับแต่งคอนเทนต์ของตัวเองดู จากนั้นก็เปิดไลฟ์วิดีโอและคอยตอบคอมเมนต์และคำถามจากผู้รับชมแบบสด ๆ วิธีนี้เป็นช่องทางอันยอดเยี่ยมที่จะได้รับฟังความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์โดยไม่ต้องเสียเงินทำแบบสอบถามเลยล่ะ

  • ถามตรง ๆ :

    บรรดามืออาชีพด้านการสื่อสารต่างทุ่มเวลา (และเงินทอง) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า โดยมองข้ามวิธีการดีๆ ที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินเลยสักบาท นั่นก็คือการถามลูกค้าไปตรงๆ! ปัจจุบันทวิตเตอร์มีฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทำโพลตั้งคำถามได้ คุณจึงสามารถเช็คกระแสตอบรับและสร้างบทสนทนากับลูกค้าได้แบบทันใจ

  • สร้างสัมพันธ์กับกลุ่ม Influencer ในแวดวง:

    เข้าไปชมนักข่าวที่เขียนบทความดีๆ และแชร์บทความนี้กับลูกค้า นำเสนอแหล่งข่าวหรือมุมมองอื่นๆ ที่สามารถนำไปเขียนต่อยอดบทความนั้นๆ ได้ (นอกเหนือจากของตัวเอง) ให้กับเหล่าบล็อกเกอร์ในวงการ แสดงความสนใจเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นล่าสุดของบรรดานักวิเคราะห์ในวงการ จงตักตวงผลประโยชน์จากการที่โซเชียลมีเดียเปิดโอกาสให้แบรนด์ของคุณสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

  • เผยแพร่คอนเทนต์ของลูกค้า:

    ลูกค้าของแต่ละแบรนด์นั้นเขียนคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จงใช้เครื่องมือที่มีอยู่ฟังความเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลเพื่อติดตามว่ามีใครบ้างที่เขียนคอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ จากนั้นจึงติดต่อผู้เขียนและขออนุญาตแชร์คอนเทนต์นั้นๆ ไปยังช่องทางโซเชียลต่างๆ ที่คุณมี แต่หากไม่ค่อยมีใครเขียนคอนเทนต์ถึงแบรนด์มากนัก ลองเชิญชวนบรรดาแฟนคลับดูสักตั้งจะเป็นไรไป!

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า โซเชียลมีเดียนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในโมเดลการสื่อสารแบบ PESO แต่ควรพึงระลึกอยู่เสมอว่าช่องทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ขายของ หากแต่เป็นช่องทางการสื่อสารอันมีคุณค่าและควรได้รับความใส่ใจอย่างยิ่งยวด เราควรจะมั่นใจว่า เราสามารถเกาะเกี่ยวสังคมในโซเชียลมีเดียไว้ได้ และใช้มันเป็นตัวกลางในการสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

 

เกี่ยวกับ Gini Dietrich

Gini Dietrich เป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Arment Dietrich บริษัทสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ เธอคือผู้เขียน Spin Sucks หนังสือเพื่อการพัฒนาวิชาชีพและการฝึกฝนสำหรับนักสื่อสาร อีกทั้งยังเป็นนักเขียนร่วมของหนังสือที่มีชื่อว่า Marketing in the Round อีกด้วย นอกจากนี้ Dietrich ยังเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการ Inside PR พอดแคสต์รายสัปดาห์เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และสื่อสังคมออนไลน์ และยังเป็นบล็อกเกอร์หลักของ Spin Sucks รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Spin Sucks Pro ด้วย


ที่มา: พีอาร์นิวส์ไวร์