ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัยดังเช่นในปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของนักการตลาดที่จะต้องฉีกกฎแบบเดิมๆ และมองหาช่องทางใหม่ๆ โดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการทำการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด

กสทช. ได้ร่วมกับ นิตยสารเอสเอ็ม (SM Magazine) นิตยสารชั้นนำด้านการตลาด จัดงานสัมมนาแห่งปี Customer Forever รวมกูรูจาก 3 องค์กรระดับโลก Facebook, Google และ Line มาจับเข่าคุย แนะนำวิธีใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์ เพื่อทำตลาดและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี พ.อ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค) และรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาเป็นประธานเปิดงาน

เริ่มที่แฟลตฟอร์มแรกอย่าง Facebook ซึ่งเป็นโซเซียลมีเดียยอดนิยมของคนไทย ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยจำนวนผู้ใช้งานเฉพาะในประเทศไทยมากกว่า 40 ล้านคนในปัจจุบัน  และแน่นอนว่า การเข้าถึงประชาชนปริมาณมากขนาดนี้ ทำให้ Facebook เป็นตัวเลือกแรกๆของบรรดานักการตลาดและผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดตัวสินค้าของตัวเองในโลกออนไลน์

คุณรฐิยา อิสระชัยกุล Lead – Sales and Business Development, Thailand Facebook แนะนำว่า วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่อยากจะมีร้านค้าเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินลงทุนมากมายกับการสร้างหน้าร้าน เพียงแค่สร้างตัวตนในโซเซียลมีเดีย คุณก็สามารถทำธุรกิจของคุณเองได้แล้ว โดยคุณรฐิยา ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ว่า คนไทยซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และหนึ่งในแฟลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในการซื้อขายออนไลน์มากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น Facebook  จากการเข้าถึงประชาชนจำนวนมหาศาล ทำให้ Facebook กลายเป็นเครื่องที่ทรงพลังสำหรับนักขายออนไลน์ แต่วิธีการที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีสูตรสำเร็จแต่อย่างใด สิ่งสำคัญอยู่ที่ ผู้ประกอบการจะต้องตอบคำถาม 3 ข้อนี้ให้ได้ คือ สินค้าที่เราจะขายคืออะไร จะขายให้ใคร และขายยังไง เมื่อได้คำตอบของคำถามนี้แล้ว เดินไปให้ถูกทาง ธุรกิจของคุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

โดยล่าสุด Facebook ได้เปิดตัวบริการ Facebook Shop ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนแคตตาล็อกสินค้า ให้ลูกค้าเลือกชมรูปภาพและรายละเอียดสินค้า พร้อมทั้งคลิกปุ่มเพื่อเข้าไปพูดคุยกับผู้ขายเกี่ยวกับสินค้าแต่ละชิ้นได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกและแก้ปัญหาความสับสนในกรณีที่ร้านค้ามีสินค้าหลายชิ้น และยังช่วยให้ผู้ขายไม่ต้องกังวลว่าเมื่อโพสต์สินค้าใหม่ลงบนหน้าฟีดแล้ว สินค้าที่โพสต์มาก่อนหน้าจะหลุดจากหน้าจอ ทำให้ลูกค้ามองไม่เห็น

คุณรฐิยา ย้ำว่า สิ่งสำคัญในการทำการตลาดคือ คุณต้องรู้จักสินค้าและลูกค้าของคุณ โดย Facebook Insight เป็นทางเลือกที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากที่สุดที่จะช่วยให้ผู้ขายรู้จักตัวตนของลูกค้า Facebook Insight จะเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ จากลูกค้าที่กดติดตามแฟนเพจของผู้ขาย ทั้งข้อมูลด้านอายุ เพศ ช่วงเวลาที่ใช้ออนไลน์เป็นประจำ ตลอดจนความสนใจส่วนตัว เพื่อช่วยในการสร้างคอนเทนต์ และปล่อยโฆษณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

อีกหนึ่งแฟลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คงจะหนีไม่พ้น Line แอปพลิเคชั่นแชทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ที่ก่อนหน้านี้เคยเปิดตัวบริการเสริม Line Official  เพื่อเป็นช่องทางให้องค์กรและผุ้ประกอบการรายใหญ่สามารถอัพเดตข้อมูล ข่าวสาร เกี่ยวกับสินค้าและบริการให้กับลูกค้าที่กดติดตามได้ตลอดเวลา ช่วยให้ผู้ประกอบเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่ม โดยที่บางแอคเคาท์มีผู้ติดตามมากถึงหลัก 10 ล้านคน Line Official จะช่วยคัดกรองคอนเทนต์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย รวมถึงบริการตอบคำถามอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับทั้งลูกค้าและผู้ขาย

คุณแดน ศรมณี  ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์และการตลาดของ LINE ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า คนไทยในปัจจุบันมีช่องทางในการเข้าถึงสื่อต่างๆ หลายหลากขึ้น ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือก็ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่จะใช้โทรศัพท์มือถือในการทำทุกอย่าง เรียกได้ว่า ตื่นเช้ามาก็เปิด Line ดู Facebook หรือแม้แต่พฤติกรรมการเข้าถึงข่าวสารและความบันเทิง ยังเปลี่ยนไป จากการดูโทรทัศน์ กลายเป็นดูผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่ง Line เองก็ได้ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งเหล่านี้มาตลอด ด้วยการพัฒนาโปรแกรมอย่าง Line TV ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ข้อนี้

ในด้านการทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ Line เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้บรรดาผู้ประกอบการและนักการตลาดออนไลน์ สามารถเลือกใช้กันได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Line Official, Line Stickers หรือ Line@ ซึ่งเป็นช่องทางการทำตลาดสำหรับบรรดาสตาร์ทอัพและเหล่าผู้ประกอบการ SME ที่จะช่วยให้ผู้ขายเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างแม่นยำไม่แพ้ Line Official เลยทีเดียว โดยผู้ขายสามารถสร้างข้อความแบบ Rich Message ที่มีความสวยงาม น่าอ่าน เพื่อดึงดูดความใจของลูกค้าในกลุ่ม และยังสามารถเลือกว่าจะส่งข้อความถึงกลุ่มเฉพาะ อาทิ ผู้ชาย ผู้หญิง กลุ่มอายุ เป็นต้น

นอกจากนี้ผู้ขายยังสามารถทำโปรโมชั่นผ่าน Line@ ได้อีกด้วย ดังเช่นกรณีของร้านดังกิ้น โดนัท ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่ได้ทำการตลาดผ่าน Line@ ด้วยการสร้าง E-Coupon ซื้อโดนัท 6 ชิ้น ฟรี 6 ชิ้น ให้กับลูกค้าในกลุ่มไลน์โดยเฉพาะ โดยแคมเปญนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมดาวน์โหลด E-Coupon จำนวน 450,000 คน จากสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด 470,000 คน เรียกว่าได้ผลตอบรับกลับมาเกือบ 100% ถือเป็นเครื่องยืนยันประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าของ Line@ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ในกรณีของเสิร์ช เอ็นจิ้นอันดับหนึ่ง อย่าง Google คุณศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย Head of SMB Marketing Google Thailand ได้เปิดเผยว่า กูเกิ้ลเองก็มีเครื่องมือที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดออนไลน์ได้เช่นกัน เครื่องมือดังกล่าวคือ Google Analytic ซึ่งทำให้นักการตลาดหรือผู้ทำธุรกิจสามารถดูเทรนด์ในการค้นหาข้อมูลของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ หรืออาจเลือกใช้บริการ Google AdWords ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมองเห็นผลิตภัณฑ์หรือบริการเมื่อทำการค้นหาข้อมูลที่มีความสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของเรา เนื่องจากเครื่องมือต่าง ๆ จากกูเกิ้ลจะมีข้อมูลในการหาข้อมูลจากผู้ใช้บริการทุกราย ทุกครั้ง ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบได้ว่า ลูกค้าของตนเข้ามาดูข้อมูลเป็นครั้งที่เท่าไหร่ และสามารถเลือกให้ข้อความใหม่ปรากฎขึ้นบนหน้าจอลูกค้ารายนั้นได้ เพื่อทำให้ลูกค้าทำการตัดสินใจใช้บริการเร็วขึ้น

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่คุณศารณีย์ได้ยกขึ้นมาแบ่งปันให้ฟังก็คือ กรณีที่แบรนด์ L’Oreal ต้องการจะออกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมตัวใหม่ และต้องการหาสีใหม่ แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะนำสีอะไรมาวางจำหน่าย ทางแบรนด์จึงเลือกใช้เครื่องมือ Google Trend เพื่อดูว่า หลังจากงานพรมแดงของเหล่าดาราแล้ว มีสีผมใดของดาราที่ได้รับการพูดถึงและถูกค้นหามากที่สุด หลังจากที่ใช้ Google Trend แล้ว พบว่า สี Ombre คือสีได้รับการค้นหาสูงสุด L’Oreal จึงเลือกทำสีดังกล่าวออกมาวางจำหน่าย ผลปรากฎคือคือว่า L’Oreal ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ดังกล่าว

จุดประสงค์ของการจัดสัมมนาครั้งนี้ ก็คือการสนับสนุนให้คนไทย ใช้เครื่องมืออนไลน์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างผลกำไรมหาศาลให้แก่เจ้าของกิจการแล้ว ยังเป็นการหนุนเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย


โดย จิตวัน์ วิจิตรถาวร และ ปาจรีย์ ธนศุภานุเวช

 

Related Post