ปัจจุบันจีนเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของเหล่านักลงทุนไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ก็ตาม เพราะจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากมาย

ขณะที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน การที่จีนมีเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง จึงยิ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการทำธุรกิจผ่าน E-Commerce ที่เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น โดยผู้บริโภคในจีนมากกว่า 400 ล้านคนต่อเดือนซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านช่องทาง E-Commerce ดังนั้น E-Commerce ในจีนจึงเป็นช่องทางที่ธุรกิจไทยจะสามารถเข้าไปมีบทบาททำการค้ากับจีนได้อย่างสะดวกมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา

ผู้บริหาร TeC ชี้Pindoudou มาแรง ด้วยคอนเซ็ปต์ “Farmers to Consumers”

คุณมินต์ กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Thailand e-Business Centre เปิดเผยว่า สำหรับแพลตฟอร์ม E-Commerce ของจีนนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ตอบสนองการทำธุรกิจที่แตกต่างกันไป เช่น TMALL.com, Taobao.com และ JD.com เป็นต้น และแพลตฟอร์มล่าสุดที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ คือ Pindoudou ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มธุรกิจ E-Commerce ที่มาแรงมากในขณะนี้ มีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 110 ล้านคนต่อเดือน

สำหรับ Pindoudou เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่จากเกษตรกรท้องถิ่น โดยโมเดลของแพลตฟอร์นี้คือ “Farmers to Consumers” หรือจากเกษตรกรถึงผู้บริโภค นอกจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแล้ว Pindoudou ก็ยังมีสินค้าในกลุ่มแฟชั่น, ความงาม และอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย จุดเด่นอีกอย่างของ Pindoudou คือการชวนเพื่อนฝูงให้มาซื้อของกันเป็นกลุ่ม เพื่อแลกกับส่วนลดของสินค้าที่มากขึ้น

เถ้าแก่น้อย, Beauty Buffet ,Mistine ขึ้นแท่นแบรนด์ขายดีบนแพลตฟอร์ม

หากมองกลับมาที่ฝั่งธุรกิจของไทยนั้นมีสินค้าหลายรายการที่เป็นที่ต้องการของชาวจีน สำหรับแบรนด์สินค้าขายดีของบนแพลตฟอร์มธุรกิจของจีนมีหลายอย่าง เช่น เถ้าแก่น้อย, Beauty Buffet ,Mistine และเบนโตะ เป็นต้น ขณะที่สินค้าไทยที่เป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวชาวจีนก็มีเป็นจำนวนมากเช่นกัน ทั้งยาดม โป๊ยเซียน, NUDE Capsule และ Tiger Balm เป็นต้น

สำหรับนักลงทุนในไทยที่อยากบุกตลาดE-Commerce จีน คุณมินต์ เล่าว่า สินค้านั้นควรเป็นสินค้าของตน หรือเราจะต้องรู้จักแบรนด์นั้น ๆ เป็นอย่างดี ควรมีซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง ตั้งระดับราคาสินค้าที่เหมาะสม และมีวิธีการหาลูกค้าให้มาซื้อสินค้า หากต้องการจะเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนที่จะทำธุรกิจ E-Commerce กับจีนนั้น ควรที่จะลองเดินทางไปจีนอย่างน้อยสักครั้ง โดยวางแผน เตรียมตัว ทำวิจัยทางการตลาด ดูช่องทางของโลจิสติกส์ และหากรู้ภาษาและวัฒนธรรมของจีนด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก

ตลาดจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ มีจำนวนประชากรเป็นจำนวนมาก และมีแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รองรับสินค้าหลายประเภท การเข้าไปทำธุรกิจในจีน ถือเป็นโอกาสที่ดีมากอีกอย่างหนึ่งที่นักลงทุนหลายๆคนไม่ควรพลาด


โดย ณัฐชนิดา กองขุนชาญ

Related Post