ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์ทวีความดุเดือดมากยิ่งขึ้น บรรดาเจ้าของเว็บไซต์รวมถึงเหล่าสตาร์ทอัพหน้าใหม่ต่างต้องทุ่มเทแนวคิดเพื่อดึงดูดความสนใจผู้ใช้งาน หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง คงหนีไม่พ้น Search Engine Optimisation (SEO) แต่ว่าจะทำอย่างไรให้มั่นใจว่าเว็บไซต์จะติดอันดับการค้นหาหน้าแรกบนเสิร์ช เอนจิน อยู่เสมอ กูรูจากเวที Techsauce Global Summit 2019 ที่แชร์แนวคิดและความรู้เรื่อง SEO นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญจากกูเกิ้ลเอง ภายใต้การสัมมนาหัวข้อ “Mastering Your Online Presence With Google Search”

ศิริธร พรมมาวิน นักวิเคราะห์ด้านคุณภาพการค้นหาจากบริษัท กูเกิ้ล เผย 3 หัวใจสำคัญ ที่จะช่วยให้กลุ่มสตาร์ทอัพหน้าใหม่หรือเจ้าของเว็บไซต์หน้าเดิมติดอันดับการค้นหาที่ดีบนเสิร์ช เอนจิน ข้อแรก ต้องทำให้เว็บไซต์น่าค้นหาและเตะตา โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบว่า กูเกิ้ลรับรู้ถึงการมีอยู่ของเว็บไซต์ของเราหรือไม่ เพียงลองกดค้นหาด้วยคำว่า site:ตามด้วยชื่อเว็บ.co เช่น site:techsauce.co แล้วจึงมาดูกันที่ความเหมาะสมของหัวเรื่อง (Title) และคำบรรยาย (Description) ของเว็บไซต์ ที่ต้องกระชับ น่าดึงดูด และครอบคลุมสิ่งที่ต้องการจะสื่อ นอกจากนี้ อาจเพิ่มประสิทธิภาพของการค้นหาด้วยการเพิ่มการแสดงรูปภาพ การรีวิว การจัดอันดับ ด้วยเครื่องมือ Structured Data Testing Tool เทคนิคนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ให้แก่ผู้ใช้งาน จนทำให้มีผู้ชมคลิกชมได้ง่ายขึ้น

นอกจากหน้าตาของเว็บไซต์แล้ว ศิริธร ยังได้เน้นย้ำถึง การให้ความสำคัญกับผู้ใช้งาน เจ้าของเว็บไซต์จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายเว็บไซต์ของตนเองให้ชัดเจน รวมถึงรู้จักกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ใช้งานเว็บเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเฉพาะ หรือระดับภาษาที่ควรใช้ เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด ขณะเดียวกันการใช้งานเว็บไซต์เอง จะต้องใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และสามารถเรียกความสนใจได้ภายในเวลาอันสั้น เพราะเมื่อผู้ใช้งานต้องใช้เวลานานหรือคลิกหลายครั้งกว่าจะเข้าถึงการบริการหรือเว็บไซต์ ผลของการติดอันดับและการปรากฎของเว็บไซต์จะต่ำลง ดังนั้น การใช้โปรแกรมวัดความเร็วและคุณภาพ เช่น Lighthouse จะช่วยให้เราทราบถึงศักยภาพและความเร็วของเว็บไซต์ ตลอดจนเรียนรู้ถึงสิ่งที่ควรปรับแก้ต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้งานจะต้องได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัย ไม่มีการแฮ็กข้อมูลใดๆเกิดขึ้น ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่จะสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ แต่อาจหมายถึงอันดับของการค้นหาก็จะต่ำลงไปด้วย

ทิปสุดท้ายสำหรับการทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของการค้นหานั้น คุณศิริธรกล่าวว่า ควรเพิ่มการสื่อสารกับกูเกิ้ลให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้เครื่องมือของกูเกิ้ลเอง เช่น Google Search Console เพราะเครื่องมือดังกล่าวนี้ไม่เพียงแต่บอกถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเว็บไซต์เท่านั้น เช่น ข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ จำนวนของคนที่กดเข้ามาดู จำนวนครั้งที่เว็บไซต์ปรากฎในการค้นหา เวลาไหนหรือเนื้อหาอะไรที่คนดูเยอะที่สุด ทว่ายังสามารถวิเคราะห์ความผิดพลาดและบอกช่องโหว่ของเว็บไซต์ได้อีกด้วย ยิ่งเราสามารถควบคุมคุณภาพของเว็บไซต์ได้ดีมากเท่าไร โอกาสที่จะติดหน้าแรกของกูเกิ้ลก็มีมากเท่านั้น

กูรูวงการดิจิทัลมีเดียเผยเคล็ดลับชิงความสนใจในยุคโซเชียลมีเดีย

ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลได้ก่อให้เกิดแบรนด์หน้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันเพื่อให้แบรนด์ได้รับความน่าสนใจมากที่สุดจึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งทั้งในแง่ของเวลาและงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องอาศัยสื่อดั้งเดิมอย่างโฆษณาทีวีซึ่งเป็นที่รู้กันว่าต้องใช้งบประมาณสูงเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

แต่ก็ยังมีวิธีเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยไม่ต้องทุ่มเงินมหาศาลไปกับการโฆษณา ซึ่งกูรูวงการดิจิทัลมีเดียผู้มากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสื่อความบันเทิงส่งตรงจากสิงคโปร์ ได้ร่วมเปิดเผยเคล็ดลับในการช่วงชิงความสนใจโดยอาศัยโซเชียลมีเดีย

เอเวอรี แอคคิเนนี รองประธานฝ่ายโกลบอลมีเดียประจำสิงคโปร์จากดิจิทัลเอเจนซี่ชื่อดังอย่างเวย์เนอร์มีเดีย ได้กล่าวบนเวที Techsauce Global Summit 2019 ว่า ทุกวันนี้เราต่างต้องช่วงชิงความสนใจจากทุก ๆ สิ่งทั้งในจอมือถือและนอกจอ โดยพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ในยุคนี้เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากจากเมื่อก่อน เพราะทุกวันนี้เรารับชมคอนเทนต์ได้ทุกที่ทุกเวลาจากจอมือถือ ไม่ต้องรอดูละครหรือภาพยนตร์ตามตารางเวลาจากสถานีโทรทัศน์อีกต่อไป

สำหรับประเทศไทยแล้ว คุณเอเวอรี เปิดเผยว่า คนไทยรับชมสื่อบนจอมือถือมากกว่าทีวีถึง 2.5 เท่า ขณะที่ผู้ชมทีวีชาวไทยถึง 54% ยังใช้บริการภาพยนตร์ตามสั่งแบบออนไลน์ (SVOD) ด้วย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเริ่มก้าวข้ามสื่อทีวีและหันไปเสพคอนเทนต์บนมือถือแทนแล้ว ซึ่งก็เป็นเทรนด์ที่พบเห็นได้ทั่วโลก

ด้วยเหตุนี้ หลาย ๆ แบรนด์จึงได้พยายามปรับกลยุทธ์คอนเทนต์เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ได้ผลมากที่สุด ซึ่งคุณเอเวอรี ได้เปิดเผยเคล็ดลับที่เป็นหัวใจสำคัญว่า คอนเทนต์ที่แบรนด์หนึ่งต้องการนำเสนอจะดึงความสนใจได้มากที่สุดก็ต่อเมื่อคอนเทนต์นั้นมีเนื้อหาที่ตรงกับตัวของกลุ่มบุคคล ไม่ว่าจะในแง่ของวัฒนธรรม ความชื่นชอบส่วนบุคคล หรือไปจนถึงเทรนด์ที่กำลังมาแรงในสังคมของกลุ่มบุคคลนั้น ๆ

เอเวอรี กล่าวว่า หนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่น่าสนใจคือการใช้กลุ่มผู้นำทางความคิด (Key Opinion Leader หรือ KOL) หรือที่เรารู้จักกันในชื่ออินฟลูเอนเซอร์ ตลอดจนกลุ่มแฟน ๆ ของแบรนด์ โดยกูรูรายนี้ได้ยกตัวอย่างในกรณีของซีรีส์อเมริกันเรื่อง The Handmaid’s Tale ซึ่งได้เลือกส่งชุดของขวัญเล็ก ๆ แก่บรรดาอินฟลูเอนเซอร์ในทวิตเตอร์ ชุดของขวัญที่ว่านี้ล้วนเป็นของที่เกี่ยวกับซีรีส์ดังกล่าว เช่น สมุดระบายสี ลูกบอลบีบแก้เครียดทำเป็นรูปหินพร้อมสลักวลีเด็ดจากในเรื่อง และหมอนลายใบหน้าของตัวละครในเรื่อง

แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะอินฟลูเอนเซอร์ที่ได้รับของขวัญนี้ต่างทวีตข้อความเป็นจำนวนมาก และกลุ่มผู้ติดตามของอินฟลูเอนเซอร์แต่ละรายก็นำไปแชร์ต่อเป็นทอด ๆ ขณะเดียวกัน คุณเอเวอรี ได้กล่าวถึงกลุ่มผู้ติดตามอินฟลูเอนเซอร์ว่า คนกลุ่มนี้มีลักษณะแตกต่างกันไปตามอินฟลูเอนเซอร์ที่ตนเองชื่นชอบ และผู้ติดตามเหล่านี้ยังมีความสนิทสนมกับตัวอินฟลูเอนเซอร์ด้วย พวกเขาจึงเต็มใจนำสิ่งที่อินฟลูเอนเซอร์ของตนแชร์นั้นไปบอกเล่าต่อ นอกจากนี้ การทำแคมเปญผ่านอินฟลูเอนเซอร์ยังใช้ต้นทุนน้อยกว่าการโฆษณาทางทีวีเมื่อประเมินจากจำนวนเป้าหมายที่ต้องการเข้าถึงด้วย

ขณะเดียวกัน การที่สื่อโซเชียลมีเดียเปิดให้ผู้มีส่วนร่วมทุกคนได้แสดงความคิดเห็นนั้น ยังนับเป็นขุมทองสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ เพราะแบรนด์เหล่านี้สามารถดูความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายได้ทันทีจากการไล่ดูคอมเมนต์ เมื่อเทียบกับแต่ก่อนที่ต้องใช้งบประมาณทำแบบสำรวจความคิดเห็น แบรนด์จึงสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงคอนเทนต์เพื่อใช้ในวันข้างหน้าได้ต่อไป จึงสรุปได้ว่า เคล็ดลับเบื้องหลังความสำเร็จในการดึงความสนใจนั้นอยู่ที่การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ควรค่าต่อการนำไปแชร์ต่อนั่นเอง

 


โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

Related Post