อาจารย์เจษฎา ศาลาทอง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลการศึกษาวิเคราะห์เรื่อง “สื่อกับการให้ความหมายและคุณค่า” ที่ทางโครงการ Media Monitor ได้ศึกษาจาก ฟรีทีวี, ทีวีดาวเทียม, เว็บไซต์, นิตยสาร, วิทยุ, ภาพยนตร์ และหนังสือพิมพ์ ระหว่างปี 2550 – 2556 ว่า จากผลการศึกษาพบว่าสื่อเน้นการนำเสนอเรื่องราวต่างๆใน 5 ประเด็น ได้แก่ ความงาม เพศ วัย ความเหลื่อมล้ำ ไสยศาสตร์และโหราศาสตร์

ประเด็นเรื่องความงามนั้น Media Monitor ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันการนำเสนอผ่านสื่อ จะต้องเน้นความงามในรูปแบบของความขาว ความผอม โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพ เพื่อเจาะกลุ่มตลาด “สตรี” จนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ที่ผู้ประกอบการต้องการขายผลิตภัณฑ์จนละเลยถึงสุขภาพของผู้บริโภค อาทิ โฆษณาชวนเชื่อประเภทอาหารเสริม รับประทานสินค้านั้นๆ จะทำให้ผิวขาวภายใน 7 วัน เป็นต้น

อาจารย์เจษฎา ศาลาทอง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาจารย์เจษฎา ศาลาทอง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ส่วนเรื่องเพศ สื่อส่วนใหญ่มักจะนำเสนอให้เห็นถึง ค่านิยม อคติ ที่มีต่อเพศต่างๆ เช่น ผู้หญิงต้องมีคู่ครอง แก่งแย่งชิงดีกัน เพื่อให้ได้ผู้ชายที่หมายปอง, ผู้ชาย เป็นเพศที่เข้มแข็ง ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนหวาน ฝ่ายหญิงมีบทบาทเป็นรองฝ่ายชาย, ผู้หญิง ต้องมีอุปนิสัยขี้งอน ไร้เหตุผล ผู้ชายต้องคอยเอาใจ, ชายรักเพศเดียวกัน เป็นพวกแปลกประหลาด น่าขบขัน และ ผู้ชายต้องหล่อ หุ่นบึกบึน ผู้หญิงต้องสวย ขาว ผอม เน้นขายความเซ็กซี่ ที่ทำให้ผู้บริโภคมองว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ที่สังคมปัจจุบันยอมรับได้

สำหรับเรื่องของวัยนั้น สื่อมักจะชี้ให้เห็นว่า วัยรุ่น ให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ทางกาย มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และมองว่าผู้มีคุณธรรม ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน กลายเป็นวัยรุ่นนอกกระแส

ส่วนเรื่องไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ สื่อได้กลายเป็นเครื่องมือของกระบวนการขายสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ เช่น การทำนายการดวงชะตาผ่าน SMS หรือ Audio text โดยใช้กลวิธีการนำเสนอเพื่อจูงใจ โดยสร้างความหวาดกลัว เพิ่มความเชื่อมั่น ผ่านรูปแบบการนำเสนอแบบเล่าเรื่อง โน้มน้าว การอ้างอิงหลักฐาน เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการทำนายดวงชะตา รวมถึงการประชาสัมพันธ์วัตถุมงคลต่างๆ

ประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำนั้น สื่อเลือกนำเสนอข่าวเฉพาะบุคคล เช่น ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมา ผู้ที่มีชื่อเสียงและทำความดีจะได้รับการชื่นชมอย่างแพร่หลาย แต่บุคคลธรรมดากลับถูกมองข้าม ด้วยการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวทำให้ฮีโร่ในสังคมถูกตีความหมายใหม่ว่า จะต้องเป็น ดารา นักการเมือง หรือผู้มีชื่อเสียง เท่านั้น

อาจารย์เจษฎา เสนอว่า สื่อควรให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุให้มากขึ้น จากการศึกษาพบว่า แทบไม่มีรายการใดที่ให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับผู้สูงอายุ ทั้งที่ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเข้าไปทุกขณะ

นอกจากนี้ สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก ยังกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถครอบงำผู้บริโภคได้ง่าย โดยใช้ความเชื่อส่วนบุคคลเป็นตัวแปรในการหาผลประโยชน์ต่างๆ สื่อโซเชียลยิ่งจะเผยแพร่ความเชื่อนั้นๆ ออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น หากมีคนดัง ศิลปินดารา เชื่อในสิ่งนั้นๆ เช่น หินสี ตุ๊กตาลูกเทพ สาหร่าย Marimo ที่สื่อว่าจะช่วยเสริมโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ความเชื่อนั้นๆ จะขยายวงกว้างและเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้บริโภค ควรวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับให้ถี่ถ้วนและเท่าทัน

“ในยุคปัจจุบันการรู้เท่าทันสื่อไม่ได้หมายถึงความสามารถในการรับสื่อจากทุกช่องทางเท่านั้น แต่จะต้องเข้าใจความหมายและจุดประสงค์ของผู้ส่งสาร หรือผู้ผลิตสื่อ นั้นๆ ด้วย” อาจารย์เจษฎา กล่าวส่งท้าย