เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา LINE@ แพลตฟอร์มธุรกิจในดวงใจของพ่อค้าแม่ค้าและธุรกิจ SME ได้ประกาศโฉมใหม่ในชื่อ LINE Official Account หรือ LINE OA และได้เชิญชวนให้ย้ายไปใช้งานแพลตฟอร์มใหม่นี้ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มผู้ใช้งาน LINE@ ที่เดิมทีใช้แพลตฟอร์มนี้ในการทำธุรกิจขายสินค้าและประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ

แรกเริ่มนั้น LINE@ ได้เปิดตัวขึ้นในไทย เพราะ LINE ที่ญี่ปุ่นมองเห็นศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ SME ในไทย จนตัดสินใจให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าว ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ฟีเจอร์การทำงานของ LINE@ เริ่มทับซ้อนกับ LINE OA จึงจำเป็นต้องตัดสินใจยกเลิก LINE@ และย้ายการใช้งานส่วนนี้ไป LINE OA เต็มตัว ขณะเดียวกัน LINE OA เป็นแพลตฟอร์มที่เดิมมีเพียงแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่มีคุณสมบัติเปิดบัญชี OA กับ LINE เพื่อสื่อสารกับลูกค้าเหมือนกับธุรกิจรายย่อยที่ใช้ LINE@ แต่มีฟีเจอร์การทำงานที่เหนือกว่า LINE@

การประกาศกลยุทธ์ครั้งนี้จึงเท่ากับว่าเป็นการรวม LINE@ และ LINE Official Account เข้าเป็นหนึ่งเดียว และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน LINE@ ได้สัมผัสกับฟีเจอร์ที่เหนือกว่าบน LINE OA แบบไม่ต้องใช้ทุนเยอะเหมือนแบรนด์ใหญ่ ทั้งนี้ LINE@ จะทยอยย้ายลูกค้าจากระบบเก่าไปยังระบบใหม่โดยอัตโนมัติ จนย้ายเสร็จสิ้นทุกบัญชีในเดือนกันยายนนี้ ก่อนที่จะปิดให้บริการ LINE@ อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้า

*กดปุ่มเดียวย้ายหมด ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

การเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม อาจจะก่อให้เกิดการคัดค้านตามมา การย้าย LINE@ ไปรวมกับ LINE OA ก็เช่นกัน เพราะผู้ใช้ LINE@ เดิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าและธุรกิจ SME ต่างกังวลว่าการย้ายไป LINE OA นั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก และอาจทำให้ต้องเสียเงินเพิ่ม

เพื่อคลายความกังวลนี้ คุณกฤษฎา โรจนโสภณดิษฐ์ (มิว) กูรูแวดวงการตลาดดิจิทัลเจ้าของเพจผู้ให้คำปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์อย่าง Mew Social ซึ่งเป็นโค้ชที่ได้รับการรับรองจาก LINE โดยตรง หรือที่เรียกว่า LINE Certified Coach นั้น เปิดเผยว่า การย้าย LINE@ ไป LINE OA ทำได้เพียงแค่กดปุ่มเดียว และเมื่อย้ายแล้วก็จะย้ายข้อมูลไปทั้งหมด รวมทั้งข้อมูลลูกค้าของธุรกิจนั้น ๆ ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะหายและไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแต่อย่างใด นอกจากนี้ การย้ายไป LINE OA จะทำให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับฟีเจอร์ที่เหนือกว่า LINE@ ด้วย

*ปลดล็อกฟีเจอร์ Rich Content ให้เจ้าของบัญชี LINE OA ใช้งานแบบฟรี ๆ

Rich Content แต่เดิมนั้นเป็นฟีเจอร์ที่มีแต่บัญชี LINE@ แพ็กเกจ Pro 1,998 บาท และ Pro+ 6,888 บาท เท่านั้นที่จะใช้งานได้ แต่การย้ายไป LINE OA นั้น จะทำให้ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ รวมถึงแพ็กเกจฟรี ใช้งานฟีเจอร์สุดล้ำนี้ได้ทั้งหมด

Rich Content ซึ่งประกอบด้วย Rich Message, Rich Menu และ Rich Video เป็นคอนเทนต์ที่เมื่อกดแล้วจะลิงก์ไปที่หน้าอื่น เช่น เป็นรูปภาพเชิญชวนสมัครสมาชิกร้านอาหาร ซึ่งเมื่อกดแล้วจะลิงก์ไปที่หน้ากรอกข้อมูล หรือจะเป็น Rich Menu ที่ช่วยทุ่นแรงในการให้ข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจแก่ลูกค้า เช่น เมื่อลูกค้าต้องการจองคิวร้านอาหาร ก็เพียงกดที่แถบเมนูจองคิว หรือต้องการทราบสาขาของร้านอาหาร ก็เพียงแค่กดดูที่แถบข้อมูลสาขาและระบบจะรันข้อมูลมาให้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาแชทกับแอดมิน โดยฟีเจอร์ Rich Content นี้เป็นฟีเจอร์เด็ดที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการ Broadcast ข้อความของธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ LINE จัดให้ครบ แม้เป็นแพ็กเกจฟรีก็ใช้ได้ เพียงแค่ย้ายไป LINE OA

*เข้าถึงทุกเจเนอเรชัน คุยกับลูกค้าได้ใกล้ชิดกว่า ไม่ถูกลดการมองเห็น

คุณมิว ซึ่งเป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงการตลาดดิจิทัล ยังเปิดเผยด้วยว่า นอกเหนือจากฟีเจอร์สุดล้ำของ LINE OA แล้ว แอปพลิเคชัน LINE เอง ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม ขณะที่ LINE OA แชทสื่อสารกับลูกค้าได้ใกล้ชิดกว่า และไม่ถูกลดการมองเห็นเหมือนแพลตฟอร์มอื่นเมื่อ Broadcast ข้อความ

ตัวเลขล่าสุดจาก LINE ระบุว่า ขณะนี้คนไทยใช้ LINE 44 ล้านบัญชี หรือคิดเป็น 64% ของประชากรไทย และที่พิเศษสำหรับ LINE คือสามารถเจาะกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย แม้แต่คนวัยเกษียณที่ไม่ถนัดใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเหมือนคนรุ่นใหม่ เพราะ LINE นั้นใช้งานง่าย และมักเป็นจุดเริ่มต้นของคนวัยเกษียณในการเริ่มหัดใช้โซเชียลมีเดีย เท่ากับว่า LINE เป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานได้มากที่สุด

นอกจากนี้ LINE OA ยังเปิดโอกาสให้แชทกับลูกค้าที่ใช้ LINE ส่วนบุคคลได้แบบตัวต่อตัว การสื่อสารแบบ two-way นี้เป็นวิธีการที่คุณมิวมองว่า “มีพลังมากที่สุด” เพราะการที่ลูกค้าจะแชทกับ OA ได้นั้นลูกค้าต้องแอดบัญชี OA เข้าลิสต์เพื่อนของตนก่อน ซึ่งทั่วไปแล้วลูกค้าจะแอด OA เข้าลิสต์เพื่อนก็ต่อเมื่อลูกค้ามีความสนใจเป็นทุนเดิม โดยเจ้าของ OA สามารถงัดใช้ข้อได้เปรียบนี้ในการทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อใจและปิดการขายได้ในท้ายที่สุด นอกจากนี้ LINE OA ยังสามารถนำไปใช้เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมด้วย เพราะลูกค้ามีเราอยู่ในลิสต์เพื่อนซึ่งเราสามารถ Broadcast ข้อความ เพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการได้อีก

ท้ายที่สุด การ Broadcast ข้อความ ผ่าน LINE OA ยังจะไม่ถูกลดการมองเห็นเหมือนกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook ที่ลดการมองเห็นเหลือเพียง 2-5% เมื่อเทียบกับ LINE OA ซึ่ง การ Broadcast ข้อความ 1 ครั้ง หมายความว่าลูกค้าที่ติดตาม OA นั้นจะมองเห็นข้อความดังกล่าว 100% และแม้แต่ในกรณีที่ OA นั้นถูกบล็อกก็ยังถือว่าคุ้มค่า เพื่อแสดงให้เห็นภาพ คุณมิว จึงได้ยกตัวอย่าง OA ของ TrueMove ที่มีผู้ติดตามประมาณ 40 ล้านคน และมีอัตราการถูกบล็อกอยู่ที่ 50% ซึ่งแม้จะถูกบล็อกเยอะ แต่การที่ LINE OA ไม่ลดการมองเห็นก็เท่ากับว่าเมื่อ TrueMove Broadcast ข้อความ 1 ครั้งแล้ว ผู้ติดตามราว 20 ล้านคนก็จะมองเห็นข้อความนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจพอสมควร

ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน LINE@ เดิมที่สนใจย้ายไป LINE OA สามารถทำได้เพียงแค่กดปุ่มย้ายในแอป LINE@ ส่วนผู้ที่ต้องการสมัคร LINE OA ใหม่ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Linebiz.com

 


โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

Related Post