คุณณัทธร ชัยนาม หัวหน้าฝ่ายธุรกิจองค์กรของ LINE ประจำประเทศไทย เผยมุมมองในหัวข้อ “Engaging Consumer Beyond Chat” ในงานสัมมนาครั้งใหญ่แห่งปี “DAAT DAY 2015” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT พร้อมแจงความก้าวหน้าในด้านต่างๆของการดำเนินธุรกิจของ LINE จนสามารถก้าวข้ามความเป็นโปรแกรมแชทได้อย่างสิ้นเชิง

ภาพรวมของ LINE ในไทย

DAAT_Line_Maew2
คุณณัทธร เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน LINE ราว 211 ล้านคนทั่วโลก โดยมีคนไทยอยู่ในจำนวนนั้นประมาณ 33 ล้านคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ซึ่งนับว่ามากเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น ดังนั้นไทยจึงเป็นตลาดที่ LINE ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับองค์กรธุรกิจแล้ว Official Account (OA) ที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในไทยได้แก่ DTAC (ราว 30.6 ล้านคน) ขณะที่ Sticker ที่คนไทยนิยมส่งไปให้เพื่อนมากที่สุดได้แก่ Godji the Adventure ของปตท.

มากกว่าโปรแกรมแชท

ปัจจุบัน ภาคธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นกับการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคผ่านช่องทางที่สะดวกและไม่ยุ่งยาก จนส่งผลให้บริษัทต่างๆหันมาทำการตลาดผ่าน Official Account ของ LINE ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้บริโภคสามารถเห็นแบรนด์ได้มากขึ้น ก่อให้เกิด Organic Conversation หรือกระแสบอกต่อจากตัวของผู้บริโภคเอง

LINE เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงเดินหน้าเปิดตัวบริการ Business Connect ที่เหนือกว่า Official Account ทั่วไป เนื่องจากเป็นช่องทางที่ภาคธุรกิจสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้แบบสองทาง จากที่แต่เดิมนั้นสามารถติดต่อได้แบบทางเดียวผ่าน OA ที่ทำได้แค่เพียงส่งข้อความเดียวกันให้กับผู้ติดตามทั้งหมด ในขณะที่บริการ Business Connect มีความซับซ้อนมากกว่านั้น เนื่องจากองค์กรธุรกิจสามารถวางโปรแกรมและปรับรูปแบบของข้อความให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายได้

เพื่อให้เห็นภาพของความสะดวกจากบริการดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น คุณ Yoichiro วิศวกรประจำ LINE ประเทศญี่ปุ่น ได้ยกตัวอย่างรูปแบบการใช้งาน Business Connect บน LINE Engineers’ Blog ไว้ถึงสามตัวอย่างด้วยกัน

จากตัวอย่างที่ 1 นั้น หากผู้ใช้บริการต้องการสั่งพิซซ่าจากร้านพิซซ่าใกล้ๆบ้าน ก็สามารถทำได้ง่ายๆโดยการกดเพิ่ม OA ของร้าน และกดส่ง “สติกเกอร์ลายพิซซ่า” เพื่อเปิดออเดอร์

ในขณะที่ร้านเช่าวิดีโอก็สามารถใช้ Business Connect ได้เช่นกัน โดยผู้ใช้จำเป็นต้องกดเพิ่ม OA ของร้านเช่านั้นๆ ซึ่งหลังจากที่ผู้ใช้ได้เข้าไปเช่าวิดีโอเป็นที่เรียบร้อย ระบบก็จะส่งข้อความเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดคืนวิดีโอ

นอกจากนี้ บริษัทแท็กซี่ก็สามารถใช้งาน Business Connect ได้ โดยผู้ใช้งานเพียงแค่กดเพิ่ม OA ของบริษัทแท็กซี่ที่ต้องการใช้บริการ หลังจากนั้นก็กดแชร์โลเคชั่นของตนเอง และรอไม่กี่นาทีแท็กซี่ก็จะขับรถมารับพร้อมเดินทาง ในรูปแบบที่คล้ายๆกับ Uber หรือ GrabTaxi

และเมื่อไม่นานมานี้ LINE ได้จับมือกับไทยรัฐทีวีเปิดตัวบริการ Business Connect ส่งข้อความผ่าน OA ของไทยรัฐขึ้นหน้าจอไทยรัฐทีวีฟรีๆ ซึ่งได้เปิดรับข้อความเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้ไลน์สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยการส่งข้อความและสติกเกอร์ขึ้นหน้าจอไทยรัฐทีวีบนรายการสดของทางสถานี นับว่าเหนือกว่าการส่ง SMS แบบเดิมๆ

LINE Free Coins ช่องทางการตลาดที่คนไทยชื่นชอบ

DAAT_Line_Maew1

Free Coins ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไปสำหรับผู้ใช้งานไลน์ในไทย เนื่องจากช่องทางนี้เป็นที่พูดถึงมาสักระยะหนึ่งแล้ว โดย LINE Free Coins เป็นการให้เหรียญ (Coin) ตอบแทนผู้ใช้จากการดาวน์โหลดแอพหรือรับชมวีดีโอบนเมนู Free Coins ซึ่งเหรียญที่ได้มานี้สามารถนำไปซื้อสติกเกอร์หรือธีมต่างๆที่มีขายบน LINE

สำหรับองค์กรธุรกิจแล้ว LINE Free Coins จึงเปรียบเสมือนโอกาสทองในการโปรโมทแบรนด์ของตนเอง เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขาย โดยลูกค้าก็จะได้รับเหรียญตอบแทน นับว่าเป็นการตลาดที่ win-win ทั้งสองฝ่าย

นวัตกรรมโลกอนาคต

LINE ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ โดยคุณณัทธรยังได้นำเสนอคอนเซปต์ในอนาคต ซึ่งผู้ใช้สามารถส่งข้อความสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านผ่าน LINE เสมือนกำลังแชทอยู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งเปิด/ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการสอบถามจำนวนเบียร์กระป๋องในตู้เย็น สำหรับผู้ใช้งานระดับองค์กรก็สามารถสั่งการระบบทำงานของตนเองผ่าน LINE ได้ด้วยเช่นกัน

ในอนาคตข้างหน้า นวัตกรรมนี้จะก้าวหน้าไปไกลเพียงใดเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองต่อไป แต่ในวันนี้เมื่อลองมองย้อนกลับไปยังช่วงที่ LINE เพิ่งจะฮิตในบ้านเราแล้วก็เรียกได้เลยว่า LINE ประสบความสำเร็จและก้าวมาไกลแล้วจริงๆ

Related Post