ในปัจจุบัน การใช้ชีวิตท่ามกลางเทคโนโลยีและแอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ คงจะไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป ภาพผู้คนนั่งเล่นเกมบนรถไฟฟ้าหรือแชทกับเพื่อนอย่างสนุกสนานคือสิ่งที่เห็นกันจนชินตา แต่นอกเหนือไปจากแอปพลิเคชั่นเพื่อความบันเทิงเหล่านั้นแล้ว จะมีซักกี่คนที่ให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชั่นเพื่อการทำงาน

Google1

คุณ Jochen Schloesser ตัวแทนจาก Channel Strategy and Partner Management จาก Google Drive for Work หนึ่งในวิทยากรจากงานสัมมนา Google Drive for Work : Everything Your Business Needs ได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาในระหว่างการบรรยายในหัวข้อ The New Digital Business ว่า คนส่วนใหญ่มักใส่ใจและแนะนำแอปพลิเคชั่นทั่วไปให้กับคนรู้จักมากกว่าแอปพลิเคชั่นเพื่อการทำงาน แม้จะมีรายงานวิจัยคาดการณ์ว่า ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ดิจิทัลแพลตฟอร์มจะขยายตัวสูงถึง 54% แต่ขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการวางกลยุทธ์ของบริษัทต่างๆ จำกัดอยู่แค่เพียง 32% เท่านั้น

นอกจากนี้ รายงานวิจัยที่เก็บข้อมูลการศึกษาจากบริษัทขนาดใหญ่ 400 แห่งเป็นระยะเวลา 2 ปี ยังระบุด้วยว่า บริษัทที่เริ่มเปลี่ยนสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล มีความสามารถในการสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับบริษัทคู่แข่งอื่นๆ

คุณ Jochen Schloesser ได้ยกตัวอย่างบริษัท Uber ผู้ให้บริการรถรับส่งชื่อดังระดับโลก ซึ่งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ แม้ Uber เป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นประมาณ 5 ปี แต่อัตราการเติบโตของบริษัทขยายตัวอย่างรวดเร็ว จุดเด่นของ Uber คือการสร้างความมีส่วนร่วม (engagement) และการให้บริการที่ฉับไว

นอกจากนี้ คุณ Jochen ยังได้สรุปข้อได้เปรียบของธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการทำงานไว้ดังนี้

  • การเพิ่มการมีส่วนร่วมและความรับรู้เกี่ยวกับบริษัท
  • การใช้เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น ช่วยในการสร้างและโปรโมทแบรนด์ผ่านช่องทางต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้กระชับความสัมพันธ์และช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ดีกว่าเดิม
  • การเสริมสร้างความเป็นเลิศร่วมกันภายในบรรดาพนักงาน นอกเหนือจากการทำให้ลูกค้าใกล้ชิดบริษัทยิ่งขึ้นแล้ว แพลตฟอร์มดิจิทัลยังช่วยให้พนักงานทุกคนในองค์กรรู้สึกมีส่วนร่วมและเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ของบริษัทได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานทำงานประสานกันได้รวดเร็วและตอบสนองสถานการณ์ต่างๆ อย่างฉับไว
  • การทำงานแบบเรียลไทม์ทุกที่ทุกเวลา แพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้การทำงานไม่ต้องอิงกับสถานที่และเวลาอีกต่อไป พนักงานสามารถทำงานร่วมกันและแก้ไขข้อมูลต่างๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น หรือจัดการประชุมทางไกลโดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ
  • การจัดการข้อมูลที่สะดวกรวดเร็ว การเก็บข้อมูลบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ช่วยให้สามารถแก้ไขหรือแบ่งปันข้อมูลต่างๆ ร่วมกับพนักงานในองค์กรได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในรูปแบบดิจิทัลยังเสียหายหรือสูญหายได้ยากกว่าการเก็บข้อมูลแบบเดิมบนแผ่นกระดาษ
  • การก้าวข้าม “กำแพง” ที่จำกัดความเชี่ยวชาญในการทำงาน แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยให้สามารถทำงานได้เกือบทุกสถานการณ์ ซึ่งทำให้พนักงานผสมผสานการทำงานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีในปัจจุบันยังมีบทบาทในการสร้างความเชี่ยวชาญให้กับพนักงาน ตัวอย่างเช่น Pierre Herme ร้านขนมชื่อดังจากฝรั่งเศส ที่ใช้วิดีโอเป็นสื่อเพิ่มเติมในการสอนพนักงานทำขนม

กล่าวโดยสรุปแล้ว แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยยกระดับธุรกิจได้ใน 3 ขั้นตอนหลักๆด้วยกัน ได้แก่ การเพิ่มความฉับไวในการทำงาน การสร้างความมีส่วนร่วมในกลุ่มลูกค้ารวมถึงพนักงานขององค์กร และการขับเคลื่อนประสิทธิภาพของบริษัท ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจต่อไปในอนาคต

Related Post