ธุรกิจ E-Commerce ได้รับความสนใจมากขึ้นในบ้านเรา เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลได้นำพาเครื่องมือและแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่เชื้อเชิญให้ผู้ประกอบการร่วมลงสนามแข่งขันกันอย่างคึกคัก ซึ่งในโอกาสนี้ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ได้มาร่วมแชร์มุมมองดีๆในหัวข้อ “Future Of E-Commerce” เพื่อเจาะลึกถึงทิศทางธุรกิจ  E-Commerce ในปี 2560

คุณภาวุธ ระบุว่าปัจจุบันธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะธุรกิจ B2B ที่สามารถกวาดรายได้ไปมากสุดถึง 2.1 ล้านล้านบาท นับว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

ในช่วงที่ผ่านมามี E-Commerce รูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจการขายเซอร์วิสที่กำลังมาแรงในปัจจุบันอย่างเว็บไซต์ “Fiverr” ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อบริการต่างๆได้ในราคา 5 เหรียญ อาทิ บริการทำเว็บไซต์ หรือบริการแปลภาษา เป็นต้น

อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค คือ “Esty” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เน้นขายสินค้าทำมือ การเติบโตของเว็บไซต์ Esty ชี้ให้เห็นว่า ผู้ค้ายุคใหม่ไม่จำเป็นต้องขายสินค้า Mass product เพียงอย่างเดียว แต่สินค้าที่ผลิตจากไอเดียสร้างสรรค์ก็สามารถนำมาวางขายในตลาดทั่วโลกได้เช่นกัน

 

ในแง่ของการลงทุนในธุรกิจ E-Commerce นั้น ปัจจุบันนักลงทุนได้ทุ่มเงินให้กับบริษัทสตาร์ทอัพด้าน E-Commerce เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจด้าน E-Commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการรายต่างๆต้องหันมาใช้กลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดขายเพื่อเรียกเงินสนับสนุนจากนักลงทุน จนไม่ได้คำนึงถึงผลกำไรที่จะได้รับ และต้องขาดทุนในท้ายสุด ทำให้ปัจจุบันเราเริ่มเห็นภาพการล้มหายตายจากของธุรกิจหลายๆเจ้า อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจรูปแบบนี้เปรียบได้กับเหรียญสองด้าน แม้โอกาสขาดทุนจะมีสูงมาก แต่โอกาสที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่จะกระโดดเข้ามาจับธุรกิจ  E-Commerce และประสบความสำเร็จก็มีสูงมากเช่นกัน

 

นอกจากนี้ สิ่งที่โลกกำลังจับตามองคือ ข่าวที่ Alibaba เข้าซื้อกิจการของ Lazada โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น คือการที่สินค้าจีนจะไหลทะลักเข้าสู่ตลาด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวไทยที่นิยมนำเข้าสินค้าจากจีนต้องร้อนๆหนาวๆไปตามๆกัน อีกทั้งการทำการตลาดเชิงรุกของจีนยังไม่หมดลงแค่นั้น เพราะเว็บไซต์  E-Commerce ของจีนได้มีการปรับให้รองรับภาษาได้ถึง 27 ภาษา อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นส่งฟรีทั่วโลก ฉะนั้น ผู้ค้าชาวไทยควรต้องทบทวนถึงการออกไปตีตลาดต่างประเทศ ผ่านการขายสินค้าที่มีเอกลักษณ์มากขึ้น เพื่อที่จะได้อยู่รอดในสังเวียนการค้าที่ทวีความดุเดือดขึ้นทุกขณะ

ทั้งนี้ โลกของการค้าแบบ E-Commerce ได้เริ่มไหลทะลักเข้ามาใน Social media อย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่ทำให้คนหันมาใช้ Social Media ขายสินค้ากันมากขึ้นนั้น เนื่องจากที่พื้นที่ของ Social Media เปิดให้ค้าขายกันได้แบบฟรีๆ อีกทั้งยังใช้งานได้ง่าย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีผู้ให้บริการระบบชำระเงินแบบ E-payment ซึ่งเป็นตัวกลางที่เข้ามาแก้ปัญหาการโกงเงิน ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในการซื้อของออนไลน์ ทำให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อหมดกังวลในเรื่องของการชำระเงิน รวมถึงยังช่วยเปิดโอกาสทางการค้ามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ร้านเจคิว ปูม้า ที่หันมาใช้ระบบการโอนเงินแบบ E-payment จนทำให้ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ที่อยากจะสั่งปูม้าให้ครอบครัวในเมืองไทยได้รับประทานกัน โดยลูกค้ากลุ่มนี้ก็จะสั่งให้ทางร้านไปส่งอาหารในไทย และจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตจากต่างประเทศได้ทันที

จากตัวอย่างทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ช่องทางการทำธุรกิจในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากที่มีเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มใหม่ๆมากมายที่ยกขบวนมาให้กับบรรดาผู้ค้าได้เลือกใช้กันตามความเหมาะสม ฉะนั้น ผู้ค้าเองก็ต้องหมั่นพัฒนาธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช่องทางการขาย การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเอง ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ จงอย่าหยุดเรียนรู้ในสิ่งใหม่ และจงลงมือทำให้ความฝันของตนเองให้เป็นจริง

 


โดย ปัทมาสน์ ชนะรัชชรักษ์